วันนี้ (11 มี.ค. 69) นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาคณะทำงาน เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนงานเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยให้เกิดความยั่งยืนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ครั้งที่ 1/2569) โดยมี นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ในนามเทศบาลนครยะลา เข้าร่วมประชุม พร้อมด้วย นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต., พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ตลอดจนผู้ว่าราชการจังหวัด เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมปัญจเพชร ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา
สืบเนื่องจากวิกฤตอุทกภัยในพื้นที่ช่วงปี 2567-2568 จากปัจจัยน้ำป่าไหลหลากและน้ำทะเลหนุนใน 4 ลุ่มน้ำสำคัญ รัฐบาลจึงเร่งตั้งคณะทำงานฯ เพื่อวางแผนรับมืออย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ในที่ประชุม นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ได้ร่วมเสนอแผนป้องกันน้ำท่วมของทางเทศบาลนครยะลา เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานระดับชาติให้การแก้ปัญหาครอบคลุมและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่อย่างแท้จริง
ภายหลังการหารือ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ได้มีข้อสั่งการ 5 มาตรการสำคัญเพื่อรับมือสถานการณ์ในอนาคต ได้แก่:
1. บูรณาการแจ้งเตือนภัย: นำข้อมูลพยากรณ์อากาศจากทุกหน่วยงาน (กรมอุตุฯ, สสน., GISTDA, สทนช.) มาประมวลผลผ่าน tomorrow.io เป็นชุดเดียว ส่งให้ ปภ. แจ้งเตือนประชาชนอย่างแม่นยำ
2. จัดโซนนิ่งแผนอพยพ: ให้ ศอ.บต. ท้องถิ่น จังหวัด ปภ. และ ม.อ. จัดทำแผนแบ่งโซนดูแลประชาชนให้ชัดเจน เพื่อกระจายความช่วยเหลือด้านที่พัก อาหาร และน้ำดื่ม ให้ทันท่วงที
3. เยียวยาแม่นยำด้วยเทคโนโลยี: มอบ ปภ. เป็นเจ้าภาพนำเทคโนโลยีระบุพิกัดพื้นที่น้ำท่วมมาใช้ เพื่อให้การจ่ายเงินเยียวยาเข้าถึงผู้เดือดร้อนอย่างรวดเร็วและตรงจุด
4. ทำคู่มือรับมืออุทกภัย: จัดทำคู่มือ 2 ฉบับ คือ ฉบับประชาชน (ดูแลโดย ศอ.บต.) และฉบับเจ้าหน้าที่ (ดูแลโดย ปภ.) เพื่อให้ทุกฝ่ายปฏิบัติงานไปในทิศทางเดียวกัน
5. แก้ปัญหาระยะยาว (Floodway): มอบหมายกรมชลประทานและ สทนช. เร่งขุดลอกแม่น้ำสายหลักและบึงรับน้ำเดิม พร้อมศึกษาแนวทางสร้างเส้นทางระบายน้ำสายใหม่ เพื่อรองรับมวลน้ำปริมาณมากในช่วงปลายปี
เทศบาลนครยะลา พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนตามนโยบาย และประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับการป้องกันสาธารณภัย และปกป้องชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องชาวยะลาอย่างเต็มกำลัง